ใกล้สิ้นปีเข้ามาเรื่อยๆ เราก็ยังไม่ได้ออกเดินทางไปสักที...น่าน

แต่ก็มีคนมาจุดประกายจนได้ ขอบคุณจริงๆ นะคะ พี่นัน ที่จัดทริปไปเดินภูแว ที่น่าน ทำให้เรา

ได้ไปนอนที่ปัว อำเภอหนึ่งของน่าน ที่ได้ยินชื่อมานาน ว่ามันคล้ายปายแต่ยังเงียบสงบมากมาย

วันแรกที่ได้มายืน นี่หรือปัว มันจะเงียบจริงๆ เหรอ มีเซเว่นแล้วนะ

หลังจากที่เราไปเหน็ดเหนื่อยเดินขึ้นภูแวแล้ว เราก็ลงมาพักที่ปัว 1 คืน ดูบรรยากาศมันเงียบจริงๆ

ยิ่งดึกก็ยิ่งเงียบมีเพียงร้านขายของไม่กี่ร้าน หนึ่งในนั้นมีร้านขายนมที่เต็มไปด้วยเด็กวัยรุ่นมานั่งกันมากมาย

ร้านเล็กๆ ริมทางเดิน ที่มีโต๊ะเตี้ยๆ วางอยู่ไม่มาก หลังจากอิ่มแล้วเราก็กลับไปนอนเก็บแรง

รุ่งเช้าก็ตะลุยเที่ยวทั่วเมืองปัวพอบ่ายเราก็ตัดสินใจนั่งรถเข้าตัวเมืองน่าน ได้ไปไหว้พระก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้ไปสัมผัสเมืองน่าน ช่วงปีใหม่ก็ได้เดินไปอีกครั้ง ครั้งนี้ไปเดินป่าที่ภูเข้ และนอนที่น่าน 1 คืน

เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก ได้เดินถนนคนเดินที่น่าน เสียดายที่ไม่ได้พักที่น่านฟ้า และก็คงจะไม่มีโอกาสพักแล้ว

เพราะหลังจากนี้น่านฟ้าจะเปลี่ยนเจ้าของ เปลี่ยนน่านฟ้าให้ดูหรูหราและเพิ่มราคามากขึ้นเป็นเท่าตัว...เศร้า

หลังจากเพลิดเพลินกับถนนคนเดินเรียบร้อยแล้วเราก็ไปนอนเก็บแรงเพื่อลุยต่อในวันพรุ่งนี้

รุ่งเช้าเราทั้ง 6 คนพร้อมจักรยานคู่ใจพร้อมลุยเมืองน่านแล้ว แม้แดดจะร้อนแต่เราก็ยังสู้ ปั่นไปวัดนู้น วัดนี้

จนเย็นเราก็ต้องลาจากที่นี่ไปแล้ว...น่าน...

ดีใจที่ได้มา....แล้วจะกลับมาอีก...แน่นอน

ครั้งแรกกับการโบกรถ

posted on 09 Nov 2009 10:54 by maymacro

หลังจากที่เคยบอกพี่ตู่ไว้ว่า พี่จัดหน่อยสิ   น้องอยากไป

วันเวลาก็ผ่านมาแรมปี ในที่สุดพี่ตู่ก็ส่งลิ้งให้ดูเรื่องการโบกรถเที่ยวที่พี่เชา เชา จัด

สถานที่ก็รู้สึกเฉยๆ แต่วิธีการโบกอยากลองดู สักครั้งก็ยังดี

หลังจากที่ลงชื่อว่าจะไปเมย์ก็ไม่ได้เข้าไปดูในเว็บหรือโทรหาใครเลย

เพราะเป็นช่วงที่งานเยอะมาก

ก่อนวันเดินทาง 1 วัน โทรหาหงว่าจะไปยังไง และขออาศัยไปด้้วย

คืนนั้นเก็บของเหมือนเช่นจะออกทริปทุกครั้ง เอาของทุกอย่างที่เราจะเตรียมไป

ออกมากองจนครบแล้วก็เริ่มลงมือจัดของให้เป็นหมวดหมู่

จัดไป รื้อไป อันนี้ไม่จำเป็น อันนี้ไม่ต้องเอาไปก็ได้ จนดึก

ตอนเช้านั่งทำงาน อย่างเร่งรีบ เพราะต้องกลับไปอาบน้ำ เก็บกระเป๋า

ไปยังจุดหมายที่นัดพบกลุ่มแรกที่สถารถนีรถไฟวงเวียนใหญ่

นั่งกินก๋วยเตี๋ยวรอชาวแก้งค์ซึ่งก็รู้จักหงกับพี่ตู่เท่านั้น

อิ่มแล้วหงก็ยังไม่มา แต่ก็เริ่มมีคนสะพายเป้เดินผ่านหน้าเราไป มา หลายรอบ ต่าคนต่างมองดูเชิงกันอยู่นาน

แล้วก็รู้ว่าเขาเป็นรุ่นน้องหงที่จะไปทริปเดียวกัน พอชาวแก้งที่รอครบ 4 คนก็โบกแท๊กซี่มุ่งหน้าสู่แสมดำ และแวะรับน้อง้พิ่มอีก 1คน เรามารวมตัวกันที่ปั้มน้ำมันและแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม 

ซึ่งเราอาศัยไปถามรถที่เข้ามาเติมน้ำมันว่าใครจะไปชะอำบ้าง

ซึ่งกลุ่มแรกได้รถนำหน้าไปก่อนหลายชั่วโมง กลุ่มที่ สองก็ยังอยู่ที่เดิม

ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเมย์ด้วย รอรอรอรอ เดินไปถามรถคันโน้น คันนี้ก็ยังไม่ได้

จนเริ่มท้อใจ เตรดเตร่่ไปมาอยู่ทีปั้มน้ำมัน มีรุ่นน้องคนหนึ่งก็ยุให้โบกแต่รถใหญ่ๆ อย่างสิบล้อ...555

พอเริ่มดึกก็มีตำรวจมาตั้งด่านหน้าปั้ม พี่ตู่ก็เดินไปคุยด้วย สักพักก็เดินมาด้วยหน้าตาเซ็งๆ

พี่เขาบอกว่าให้ตำรวจชาวยถามว่ารถคันไหนไปชะอำบ้าง แต่ตำราจบอกว่าอยากไปก็ถามเอาเอง เศร้า T T

เดินไปเดินมาอีกสักพักก็มีไปถามรถคันหนึ่งว่าไปชะอำไหม ลุงก็บอกว่าจะไปส่งคนที่นั่นพอดีเลย

แต่ต้องถามลูกค้าก่อนว่าจะให้เราติดรถไปด้วยได้เปล่า ซึ่งพี่เขาก็ใจดีให้เราติดรถไปด้วย พอลุงส่งพี่เขาเรียบร้อยก็ขับไปส่งเรา

ที่หาดชะอำ ถึงที่เลย ..ขอบคุณจริง ๆ

คืนนี้เราก็กางเต้นนอนกันที่ริมหาดนี่แหละ ก็หลับๆ ตื่นๆ เช้าแล้วผู้คนเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็ยังอยู่ที่เดิมนั่งเล่น กินข้าว

 

edit @ 23 Jun 2010 10:32:02 by maymacro

หากอยากรู้ว่าชีวิตคนเราจะรู้จักคำว่าพอเมื่อไหร่ ง่ายๆ แค่เก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปยังเมืองเล็กๆ เมืองนี้ "เชียงคาน"

บางคนบอกว่ามันเหมือนเมืองปายเมื่อ 10 ปี่ที่แล้ว ในความเป็นจริงไม่ใช่เลยเชียงคานก็ยังคงเป็นเชียงคาน ที่ที่มีผู้คนน่ารัก

ยิ้มแย้มแจ่มใส มีของกินไม่หลากหลายแต่กินได้ไม่มีเบื่อใช้เวลาไม่ถึงวันก็เที่ยวรอบเชียงคานแล้ว

แต่ระยะเวลา 3 วันที่ไปอยู่ที่นั่นกลับไม่รู้สึกว่าเบื่อเลย แม้ว่าจะต้องปั่นจักรยานหลายสิบรอบ

เดินอีกหลายร้อยหน ก็ยังรู้สึกว่าตรงนี้เมื่อกี้ไม่เห็น ตรงนั้นเมื่อกี้ไม่ได้มอง ก็เลยทำให้เราต้องปั่นจักรยานไปมา

เดินซ้ายเดินขวาอยู่อย่างนั้น

ความใจดีของคนที่นี่ยกให้ที่หนึ่งเลย

คืนแรกไปนอนที่บ้านคุณยายศรีพรรณแต่คืนที่สองไปนอนที่อื่น ตอนเช้าคุณยายก็ยังมาเรียกไปกินข้าวต้มตอนเช้าด้วย

พี่เจก็เป็นอีกคนที่ใจดี ตอนแรกเราก็ว่าจะไปนั่งล่นที่ร้านพี่เขาแต่พี่เขาอยากให้เราได้ไปเห็นให้ทั่วว่าเชียงคานยังมีอะไรอีกมาก

ให้เรายืมมอเตอร์ไซด์ขับไปเที่ยวซะงั้น ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก บอกตามตรงตั้งแต่ไปเที่ยวมาไม่เคยเลยที่จะได้รับแบบนี้

มันเหมือนว่าเราได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านของเราเอง คนโน้นทัก คนนี้ยิ้ม เข้าใจแล้วว่าทำไมพี่กุ้งถึงมาเปิดร้านไอเดียดีดีที่นี่

แม้ว่าคนอื่นจะดูว่ามันน่าจะเหนื่อย เพราะพี่เขาต้องเดินทางไปเชียงคานเย็นวันศุกร์กลับเกรุงเทพฯเย็นวันอาทิตย์

วันจันทร์ไปทำงาน แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว แต่พอมย์ได้ไปสัมผัสตอนนี้เมย์รู้แล้ว

หากว่าเรารักสิ่งหนึ่งสิ่งใดทำแล้วสุขใจ เราก็อยากจะทำแม้ว่ามันจะแลกมากับความเหนื่อยบ้างในบางครั้ง

มาที่นี่แค่มีหนังสือดีดีสักเล่ม ก็สุขใจแล้ว เครื่องอำนวยความสะดวกทั้งหลายที่เราทุ่มเททำเพื่อมันเต็มที่

อาจจะดูไร้ค่า เมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันงดงามเกินคำบรรยาย

ได้ใส่บาตรทุกเช้า (หากตื่นนอนทัน)  ได้นั่งมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้ายามเย็นที่แม่น้ำโขง

เมย์ตอบไม่ได้หรอกว่าหากต้องมาอยู่นานเป็นเดือนเมย์จะทนได้ไหม จะชอบเชียงคานอย่างที่เชียงคานเป็นจริงๆ หรือเปล่า

แต่ตอนนี้ ฉันว่า "ฉันรักเชียงคานเข้าแล้ว"